-------Advertisement----------

ศึกแค้น! แฟนใหม่ฆ่าแฟนเก่า เจอภาพบาดตาคาคอนโด

-------Advertisement----------

       ฆาตกรรมโหดคาคอนโดฯ คาดหนุ่มแฟนใหม่กลับมาห้อง เจอภาพบาดตา สาวคุยอยู่กับหนุ่มแฟนเก่า เกิดทะเลาะทวงศักดิ์ศรี-แทงตาย ก่อนหลบหนีไปทั้งคู่ เมื่อคืนวานนี้


                    
                                   
          (14 มิ.ย.) ร.ต.ท.สวรรยา เอียดตรง รอง.สว.(สอบสวน) สภ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งเหตุฆ่ากันตายที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง หลังเกิดประเด็นหึงหวงและทะเลาะวิวาทกัน เป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิต จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วยกำลังชุดสืบสวน สพฐ.ภูเก็ต และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต
          ที่เกิดเหตุเป็นคอนโดมิเนียมชื่อดังแห่งหนึ่ง ริมถนนพระภูเก็ตแก้ว ภายในห้องพักพบศพ นายเมธา อายุ 36 ปี นอนหงายเสียชีวิตอยู่กลางห้อง สภาพไม่สวมเสื้อ ถูกแทงด้วยของมีคมที่ชายโครงซ้าย 1 แผล ลิ้นปี่ 1 แผล ส่วนศีรษะแตกคล้ายถูกทุบด้วยของแข็ง

          จากการตรวจสอบพบร่องรอยการต่อสู้ภายในห้องพัก ข้าวของกระจัดจายไปทั่ว เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเกิดเหตุและเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เก็บหลักฐานและถ่ายภาพห้องเกิดเหตุไว้ ก่อนที่จะมอบศพให้เจ้าหน้าที่มูลนิธินำส่งโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง

          ขณะที่พยานในที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า ห้องพักแห่งนี้เป็นห้องที่ น.ส.ก้อย (นามสมมติ) ได้พักอาศัยอยู่กับ นายโอ๋ (นามสมมติ) เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา ปรากฏว่า นายเมธา ซึ่งเคยเป็นแฟนเก่าของ น.ส.ก้อย ได้แวะมาหาที่ห้องพัก แต่ไม่นานนัก นายโอ๋ ที่เป็นแฟนคนปัจจุบันได้กลับมาถึงห้องพอดี

          เมื่อเห็นว่า น.ส.ก้อย กับ นายเมธา อยู่ในห้องด้วยกัน คาดว่าน่าจะเกิดความหึงหวงและโกรธแค้นที่ นายเมธา ยังคงติดต่อและกลับมาหา น.ส.ก้อย อยู่ ทั้งที่เลิกรากันไปแล้ว จึงทำให้ชายหนุ่มทั้ง 2 คนเกิดทะเลาะต่อสู้กัน นายโอ๋ คว้าอาวุธมีดแทงใส่ นายเมธา หลายครั้ง เป็นเหตุทำให้เสียชีวิต

         หลังจากเกิดเหตุ นายโอ๋ ได้พาตัว น.ส.ก้อย ออกมาจากห้องพัก ก่อนจะล็อกกุญแจประตูเอาไว้ และพากันขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีออกไปทางตัวเมืองภูเก็ต ล่าสุดได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเส้นทางการหลบหนีแล้ว และเร่งให้เจ้าหน้าที่เร่งทำการสืบสวนอย่างละเอียดและเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว

ที่มา:sanook
-------Advertisement----------
loading...